ถ้ามีคนบอกว่าในอนาคต “คนชราจะล้นโลก” ท่านจะเชื่อหรือไม่ เราจะมองข้ามคำกล่าวนี้ไม่ได้ครับ เพราะปัจจุบันมีผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปราว 1 ใน 10 ของประชากรทั้งโลก แต่ในอีก 40 ปีข้างหน้า สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1 ใน 5 หรือ 20% ของประชากรทั้งหมด

          ...นั่นหมายความว่าหากมีคนเดินมา 5 คน จะมีอย่างน้อย 1 คนที่เป็นผู้สูงอายุ

          ครับ ซีรีส์ภาคจบของประเด็นร้อนในเวทีโลกครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิกฤติบำนาญชราภาพซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างกว้างมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับบำนาญมีอัตราส่วนสูงที่สุดในระบบความมั่นคงทางสังคมของแทบจะทุกประเทศ และทันทีที่จำนวนคนรับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันก็เหมือนปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

          กระนั้น สถานการณ์ก็แตกต่างกันตามแต่ละประเทศครับ ปัจจุบันกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่กำลังประสบกับปัญหาคนเกษียณจำนวนมาก แต่ในราวอีกสิบปีข้างหน้าปัญหาจะทุเลาลงไป และจะเป็นคิวของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวแทน

          หลายท่านมีคำถามว่าทำไมถึงเกิดวิกฤติผู้สูงอายุกันทั่วโลกเช่นนี้?

          บางท่านอาจเดาว่าคงเป็นเพราะอานิสงส์จากคำอวยพรตอนแต่งงาน “ให้อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” หรือ “ให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” แน่นอนครับมันไม่ใช่ แต่มีปัจจัยบางประการที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น

          หนึ่ง...ปรากฏการณ์ Baby Boom ซึ่งไม่ได้แปลว่า “เด็กดังระเบิด” แต่หมายถึงปรากฏการณ์ที่มีการส่งเสริมสนับสนุนให้เพิ่มจำนวนประชากรเพื่อเป็นกำลังหลักในการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อประชากรที่เกิดพร้อมๆ กันกลุ่มนี้ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกมีการเคลื่อนตัวคือเกษียณอายุพร้อมๆ กัน จึงส่งผลกระทบเป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล

          สอง...อัตราการเกิดลดลง ทั้งจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจคนจึงไม่อยากมีลูกกัน หรือต้องการมีก็ไม่มีเพราะสภาวะทางกายและใจไม่สมบูรณ์ หรืออาจเพราะนโยบายวางแผนครอบครัว

ใครติดตามข่าวต่างประเทศจะรู้ว่ามีบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ถึงขั้นรัฐบาลต้องลงทุนให้ประชากรชายหญิงของประเทศรีบแต่งงานกันจะได้มีประชากรเพิ่มขึ