3 กันยายน 2553 ที่ผ่านมาเป็นเสมือนวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของสำนักงานประกันสังคม หากเป็นคน ก็คงเปรียบเป็นหนุ่มสาวกำลังพร้อมที่จะก้าวสู่โลกใบใหญ่กว่าเดิม และเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เหน็บหนาวยิ่งนัก

ฉบับนี้ผมจะขอพาออกนอกเรื่องไปย้อนรอยอดีตของการประกันสังคมในเมืองไทยกันสักนิดครับ บางท่านอาจจะนึกแย้งในใจว่า นี่มันบทความประกันสังคมในต่างแดน แล้วคุณธนิทธิ์จะมาเขียนเรื่องของไทยทำไม แถมยังมาแทรกเรื่องสุดยอดนวัตกรรมแห่งปีที่ยังไม่ได้เขียนตอนจบอีก

ผมไม่ขอแก้ตัวหรอกครับ แค่ขอเถียงคอเป็นเอ็นว่า ประกันสังคมของไทยก็เป็นประกันสังคมในต่างแดนของต่างประเทศเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมขออนุญาตเป็นผู้ร่วมเล่าตำนานประกันสังคมให้ท่านๆ ได้รับรู้ในโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปี ก็แล้วกัน ซึ่งเรื่องราวมันอาจจะช้าไปสักนิด แต่ก็คุ้มที่จะอ่าน

และโปรดเชื่อผมเถอะครับว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลยิ่งนัก เพราะยิ่งศึกษามันมากเท่าไร มันก็ยิ่งมีชีวิตมากขึ้นเท่านั้น 

********************

2495 ประกันสังคมในบ้านเรามีการบันทึกอย่างเป็นทางการครั้งแรกตั้งแต่สมัยจอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีโน่น ท่านให้ตั้งคณะกรรมการสังคมสงเคราะห์ขึ้นมาดูแลด้านสวัสดิการสังคม โดยท่านนายกลงทุนเป็นประธานด้วยตัวเอง ซึ่งได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องประกันสังคมด้วย และนี่คือปฐมบทของการประกันสังคมในบ้านเราครับ

2497 พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับแรกของไทยเกิดขึ้นก็ในปีนี้ กำหนดให้ลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเท่ากันทุกคนคือเดือนละ 20 บาท พร้อมให้จัดตั้งกรมประกันสังคมขึ้นโดยมีบ้านหลังแรกอยู่ในสังกัดกระทรวงการคลัง แต่น่าเสียดายครับกฎหมายฉบับนี้ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงเพราะเป็นเรื่องใหม่เอี่ยม ทั้งประชาชน ทั้งสื่อยังไม่มีใครเข้าใจจึงรวมพลังพากันไม่เห็นด้วย ที่ค้านกันหนักๆ ก็ด้วยว่าต้องจ่ายเงินสมทบนี่แหละครับเพราะถือเป็นเงินจำนวนที่สูงในสมัยนั้น ผลก็คือท่านนายกต้องเก็บกฎหมายประกันสังคมเข้ากรุโดยไม่มีกำหนด

2501 กรมประกันสังคมจึงถูกลดขนาดมาเป็นกองความมั่นคงแห่งสังคมมีหน้าที่ศึกษาดูว่าประกันสังคมในต่างแดนเขาเป็นอย่างไรและเปลี่ยนเรือนมาอยู่กับกรมประชาสงเคราะห์

2508 สภาวิจัยแห่งชาติศึกษาแล้วฟันธงว่าประกันสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็น และช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลของราชการได้ แต่ประชาชนสมัยนั้นยังไม่พร้อมจ่ายเงินสมทบเพราะคนส่วนใหญ่ยากจน ซ้ำนายจ้างกลับเห็นว่าการจ่ายเงินสมทบเป็นการเพิ่มต้นทุนสินค้า สุดท้ายประกันสังคมถูกแขวนไว้บนหิ้งครับ

2515 ประกันสังคมเริ่มเป็นรูปธรรมครั้งแรก เมื่อมีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 วันที่ 16 มีนาคม 2515 ให้มีกองทุนเงินทดแทนเพื่อดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ซึ่งกองทุนเงินทดแทนนี้ถือเป็นวิธีการหนึ่งภายใต้การประกันสังคม นี่เป็นกลยุทธ์ขั้นเทพของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สมัยนั้นที่พยายามให้กองทุนเงินทดแทนนำร่องไปก่อน เพื่อที่ประชาชนจะได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับการประกันสังคมมากขึ้น และในที่สุดสำนักงานกองทุนเงินทดแทนก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2517 ภายใต้ร่มของกรมแรงงาน

2518 ครม. แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการประกันแห่งชาติขึ้น มีอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์เป็นประธาน มีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับใหม่ สถาบันนิด้ายังได้ทำการศึกษาและย้ำว่าการประกันสังคมเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์เพราะสยามประเทศยังล้าหลังเพื่อนบ้านอยู่ และได้เสนอว่าควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พอถึงปี 2522 ครม. กลับเมินเฉยต่อการประกันสังคมโดยบอกให้รอเสนอรัฐบาลชุดใหม่ก็แล้วกัน

2523 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมประกาศกร้าวนโยบายต่อผู้ใช้แรงงานว่าจะสนับสนุนการประกันสังคมให้ถึงที่สุด กระแสเริ่มแรงขึ้น ครม. รับหลักการให้ดำเนินการประกันสังคมตามข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ

2524 คณะกรรมการเตรียมการประกันสังคมปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2497 และกฎหมายกองทุนเงินทดแทน และได้เสนอว่าการดำเนินงานประกันสังคมในระยะแรกให้ดำเนินการในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไปใน 10 จังหวัดก่อน คุ้มครองเฉพาะกรณีเจ็บป่วยของผู้ป่วยใน ทุพพลภาพ คลอดบุตรและตาย เก็บเงินสมทบฝ่ายละ 1.5% และให้ตั้งสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผนวกรวมอำนาจโดยเอากองความมั่นคงแห่งสังคมและสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเข้าเป็นส่วนหนึ่ง